วิธีเลือกลิปสติกเนื้อแมตต์ให้เข้ากับสีผิวคนไทย มือใหม่ก็ทำได้ไม่ต้องเดา

6
วิธีเลือกลิปสติกเนื้อแมตต์ให้เข้ากับสีผิวคนไทย มือใหม่ก็ทำได้ไม่ต้องเดา

ซื้อลิปสติกเนื้อแมตต์มาแล้วทาแล้วหน้าดูหมอง สีลอย หรือปากดูแห้งกร้านผิดธรรมชาติ ปัญหานี้เกิดกับคนไทยบ่อยมากเพราะเราเลือกสีตามเทรนด์หรือตามที่เห็นคนอื่นใช้แล้วดูดี โดยไม่รู้ว่าลิปสติกเนื้อแมตต์สีผิวคนไทยนั้นต้องเลือกให้ตรงกับ undertone ของตัวเอง ไม่ใช่แค่ดูว่าผิวขาวหรือผิวคล้ำ

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจความแตกต่างระหว่างโทนสีผิวกับ undertone อ่านสีเส้นเลือดเพื่อรู้จักตัวเองในสองนาที พร้อมแนะนำโทนสีลิปที่เหมาะกับผิวคนไทยแต่ละแบบ และวิธีเตรียมปากให้แมตต์ติดสวยตั้งแต่ครั้งแรก

ทำไมลิปสติกเนื้อแมตต์ถึงเลือกสีผิดได้ง่ายกว่าเนื้ออื่น

ก่อนจะเลือกสี ต้องเข้าใจก่อนว่าเนื้อแมตต์มีคุณสมบัติอะไรที่ทำให้สีปรากฏชัดและตัดกับผิวได้ง่ายกว่าลิปเนื้ออื่น

เนื้อแมตต์ไม่มีแสงช่วยกลบข้อผิดพลาด

ลิปสติกเนื้อแมตต์ต่างจากเนื้อครีมหรือกลอสส์ตรงที่ไม่มีความมันวาวหรือ shimmer มาช่วยสะท้อนแสง ผลคือสีที่เลือกผิดโทนจะปรากฏชัดบนปากโดยไม่มีอะไรมาช่วยกลบ ลองนึกภาพดูว่าถ้าทาสีลิปที่ขัดกับโทนผิว ลิปกลอสส์ยังพอช่วยให้สีดูนุ่มนวลขึ้นได้ แต่ลิปสติกเนื้อแมตต์จะโชว์ทุกอย่างตรงๆ รวมถึงรอยแตกหรือผิวลอกของริมฝีปากด้วย นี่คือเหตุผลที่มือใหม่หลายคนซื้อลิปแมตต์มาแล้วรู้สึกว่าทาแล้วปากดูแห้งกร้านผิดธรรมชาติ ทั้งที่จริงๆ ปัญหาอยู่ที่การเตรียมปากและการเลือกสีมากกว่าตัวเนื้อผลิตภัณฑ์

ความต่างระหว่างโทนสีผิวกับ undertone ที่คนมักสับสน

สิ่งที่คนไทยสับสนบ่อยมากคือการเอา “โทนสีผิว” มาใช้เลือกสีลิปแทน “undertone” โทนสีผิวหรือ skin tone คือสีที่มองเห็นจากภายนอก ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตามแสงแดด ฤดูกาล หรือแม้แต่ความเครียด แต่ undertone คือสีแท้ใต้ชั้นผิวหนังที่ไม่เคยเปลี่ยน เกี่ยวข้องกับปริมาณเมลานินและสารสีในผิว การเลือกลิปโดยดูแค่ว่าตัวเองผิวขาวหรือผิวคล้ำจึงเป็นวิธีที่พลาดได้ง่ายมาก เพราะคนผิวขาวก็มี undertone อุ่นได้ และคนผิวคล้ำก็มี undertone เย็นได้เช่นกัน

คนไทยส่วนใหญ่มี undertone แบบไหน

ถ้าสังเกตคนรอบข้าง จะพบว่าคนไทยส่วนใหญ่มีผิวโทนอุ่น หรือ warm undertone ที่อมเหลือง ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัญหาคือเทรนด์ลิปที่ได้รับความนิยมจากเกาหลีและตะวันตก เช่น สีชมพูอมม่วงหรือสีเบอร์รี่เข้ม มักออกแบบมาสำหรับผิวโทนเย็น เมื่อนำมาทาบนผิวอมเหลืองของคนไทยจึงทำให้หน้าดูหมองหรือป่วยได้ง่าย นี่คือสาเหตุที่ลิปสีสวยในรูปรีวิวอาจดูไม่ดีบนหน้าเราเลยแม้แต่นิดเดียว

วิธีดู undertone ของตัวเองก่อนเลือกลิป

ไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญ มีวิธีง่ายที่ทำได้ที่บ้านภายในสองนาที เพื่อรู้ว่า undertone ของคุณเป็น warm, cool หรือ neutral

วิธีดูจากเส้นเลือดที่ข้อมือ

วิธีที่นิยมที่สุดและเชื่อถือได้คือการดูสีเส้นเลือดใต้ข้อมือในแสงธรรมชาติ ไม่ใช่แสงไฟในห้อง เพราะแสงฟลูออเรสเซนต์จะทำให้สีเพี้ยน ลองออกไปริมหน้าต่างหรือกลางแจ้งแล้วดูที่ข้อมือด้านใน สีที่เห็นบอก undertone ได้ดังนี้

  • เส้นเลือดสีเขียวชัดเจน → warm undertone อมเหลืองหรืออมทอง
  • เส้นเลือดสีน้ำเงินหรือม่วง → cool undertone อมชมพูหรืออมแดง
  • เส้นเลือดสีน้ำเงินอมเขียว หรือเห็นทั้งสองสีปนกัน → neutral undertone

เหตุผลที่วิธีนี้ใช้ได้ผลเพราะสีของเส้นเลือดสะท้อนโทนสีผิวชั้นใต้ที่แท้จริง ไม่ใช่สีผิวภายนอกที่เปลี่ยนได้ตามแสงแดด ลองทำดูตอนนี้เลยก็ได้ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

ถ้ายังไม่แน่ใจหลังดูเส้นเลือด ลองยืนยันด้วยวิธีที่สองควบคู่กันไปจะดีกว่า

วิธีสังเกตจากสีที่ทำให้หน้าดูสดใส

อีกวิธีที่ใช้ยืนยัน undertone ได้ดีคือการสังเกตเสื้อผ้าหรือผ้าพันคอที่ทำให้ใบหน้าดูสว่างและมีชีวิตชีวาขึ้น ลองหยิบเสื้อหลายสีมาประกบหน้าแล้วดูในกระจก โทนสีที่บอก undertone มีดังนี้

  • โทนทอง ส้ม น้ำตาล ครีม ทำให้หน้าดูสว่าง → warm undertone
  • โทนเงิน ชมพูเย็น ม่วง ขาวสะอาด ทำให้หน้าดูสว่าง → cool undertone
  • ทำให้หน้าดูดีได้ทั้งสองโทน → neutral undertone

วิธีนี้ดีตรงที่ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์พิเศษ แค่ใช้เสื้อผ้าที่มีอยู่แล้วในตู้ก็พอ และถ้าผลจากทั้งสองวิธีตรงกัน ก็มั่นใจได้เลยว่า undertone ของคุณเป็นแบบนั้นจริงๆ

โทนสีลิปแมตต์ที่เหมาะกับผิวคนไทยแต่ละแบบ

เมื่อรู้ undertone ของตัวเองแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือจับคู่กับโทนสีลิปที่เหมาะสม ซึ่งแตกต่างกันชัดเจนในแต่ละประเภท

ผิว warm undertone ควรเลือกสีอะไร

คนที่มี warm undertone อมเหลืองควรเลือกสีลิปโทนอุ่นที่มีความอบอุ่นในตัวเอง เพราะจะกลมกลืนกับผิวและทำให้หน้าดูสว่างขึ้นแทนที่จะหมอง สีที่แนะนำได้แก่

  • สีอิฐ (terracotta) และสีปะการัง — คลาสสิกสำหรับผิวอมเหลือง
  • สีส้มอมชมพู และสีแดงอมส้ม — เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ใบหน้า
  • สีนู้ดอมน้ำตาล — ใส่ประจำวันได้โดยไม่ดูหนักเกินไป

สีที่ควรหลีกเลี่ยงคือชมพูเย็นอมม่วงและสีเบอร์รี่เข้ม เพราะโทนเย็นจะตัดกับผิวอุ่นทำให้หน้าดูหมองและป่วย

ลิปแมตต์ที่ดีสำหรับ warm undertone ควรมีเนื้อสัมผัสที่ไม่แห้งกร้าน เพราะสีโทนอุ่นที่ดูดีบนผิวจะยิ่งสวยขึ้นเมื่อริมฝีปากดูอิ่มและมีสุขภาพดี

ผิว cool undertone ควรเลือกสีอะไร

สำหรับคนที่มี cool undertone อมชมพูหรืออมแดง สีลิปโทนเย็นจะทำให้ใบหน้าดูสว่างและมีมิติ สีที่เหมาะกับผิว cool undertone ได้แก่

  • สีชมพูอมม่วง และสีโรสวูด — ให้ความรู้สึกหวานละมุนแต่ไม่จืด
  • สีเบอร์รี่และสีแดงอมน้ำเงิน — เหมาะสำหรับลุคที่ต้องการความโดดเด่น
  • สีมอฟอมชมพู — ใส่ได้ทุกวันโดยไม่ดูหนักเกินไป

สีที่ควรหลีกเลี่ยงคือสีส้มจัดและสีอิฐเข้ม เพราะโทนอุ่นจะทำให้ผิว cool undertone ดูหมองและไม่กลมกลืน

ผิว neutral undertone เลือกสีได้กว้างกว่าใคร

ถือว่าโชคดีมากถ้าคุณเป็น neutral undertone เพราะทาได้ทั้งสีโทนอุ่นและโทนเย็นโดยไม่ค่อยมีปัญหา อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับ neutral undertone คือสีกลางที่ไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่งมากเกินไป เช่น สีมอฟ สีโรส หรือสีนู้ดอมชมพูอ่อน สีเหล่านี้ทำให้หน้าดูสดใสและเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องคิดมาก แล้วค่อยๆ ขยับไปลองสีที่เข้มหรือสดขึ้นตามความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น

วิธีทดสอบสีลิปให้ตรงกับผิวจริงก่อนซื้อ

การดูสีจากกล่องหรือรูปออนไลน์ไม่เพียงพอ เพราะแสงในร้านและแสงธรรมชาติให้ผลต่างกัน มีวิธีง่ายที่ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นขึ้น

ทดสอบบนผิวจริงในแสงธรรมชาติ

เวลาไปซื้อลิปที่ร้าน อย่าเพิ่งตัดสินใจจากสีที่เห็นใต้ไฟฟลูออเรสเซนต์ในร้านเด็ดขาด แสงในร้านส่วนใหญ่มีโทนเหลืองหรือขาวเย็นที่ทำให้สีลิปดูต่างจากความเป็นจริง วิธีที่ดีที่สุดคือทาลิปทดสอบบนนิ้วหรือริมฝีปากแล้วเดินออกไปดูในแสงธรรมชาติข้างนอกร้าน หรืออย่างน้อยก็เดินไปหน้าต่างที่มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามา สีที่คุณเห็นตอนนั้นคือสีที่จะเห็นในชีวิตจริงเวลาใช้งาน

เลือกสีออนไลน์อย่างไรให้พลาดน้อยลง

การซื้อลิปออนไลน์มีความเสี่ยงกว่าซื้อที่ร้านเสมอ แต่ก็มีวิธีลดโอกาสผิดพลาดได้ ลองทำตามนี้ก่อนกดสั่ง

  • ค้นหา swatch บนผิวจริงจากรีวิวของคนที่มีโทนผิวใกล้เคียงกัน ไม่ใช่แค่รูปโปรโมตจากแบรนด์
  • ดูรีวิวที่ถ่ายในแสงธรรมชาติ เพราะรูปในแสงสตูดิโอมักทำให้สีดูสดหรือเข้มกว่าจริง
  • อ่านความเห็นจากคนที่ระบุ undertone ของตัวเองชัดเจน เพื่อเอามาเทียบกับ undertone ของเราเอง

ถ้าเป็นไปได้ ลองซื้อสีที่ถูกกว่าก่อนเพื่อทดสอบโทนสี แล้วค่อยลงทุนกับลิปราคาสูงเมื่อมั่นใจแล้วว่าโทนนั้นเข้ากับผิวตัวเองจริงๆ

วิธีเตรียมริมฝีปากก่อนทาลิปแมตต์ให้ติดสวยและอยู่ทน

ลิปเนื้อแมตต์เกาะผิวแห้งและผิวลอกได้ง่าย การเตรียมปากก่อนทาจึงเป็นขั้นตอนที่มือใหม่มักข้ามไปแต่สำคัญมาก

ขัดและให้ความชุ่มชื้นก่อนทาเสมอ

ถ้าคุณเคยทาลิปแมตต์แล้วเห็นรอยแตกชัดหรือสีดูไม่สม่ำเสมอ ปัญหามักมาจากผิวปากที่ไม่ได้เตรียมมาก่อน ขั้นตอนง่ายๆ ที่ควรทำก่อนทาลิปแมตต์ทุกครั้งมีดังนี้

  • ขัดปากเบาๆ ด้วยน้ำตาลผสมน้ำผึ้ง หรือสครับปากสำเร็จรูป เพื่อกำจัดผิวลอก
  • ทาลิปบาล์มหรือลิปเซรั่มทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้ผิวปากดูดซึมความชุ่มชื้น
  • ซับลิปบาล์มออกเบาๆ ด้วยทิชชู่ก่อนทาลิป เพื่อไม่ให้ความมันทำให้สีลิปไม่ติด

ผิวปากที่เรียบและชุ่มชื้นจะรับสีแมตต์ได้สม่ำเสมอกว่ามาก และช่วยให้ลิปอยู่ทนขึ้นด้วย

เทคนิคการทาให้สีดูสม่ำเสมอและอยู่นาน

หลังจากเตรียมปากแล้ว ลำดับการทาก็สำคัญไม่แพ้กัน เริ่มจากใช้ลิปไลเนอร์กรอบขอบปากก่อนเสมอ เพื่อให้ขอบปากคมชัดและเป็นกรอบให้ลิปแมตต์ไม่ไหลออกนอกแนว จากนั้นทาลิปแมตต์ให้เต็มปาก ซับเบาๆ ด้วยทิชชู่หนึ่งชั้น แล้วทาซ้ำอีกชั้น เทคนิคสองชั้นนี้ช่วยให้สีติดทนนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ลิปไลเนอร์ที่ดีควรใกล้เคียงกับสีลิปหรืออ่อนกว่าเล็กน้อย ไม่ควรเข้มกว่าลิปมากเพราะจะทำให้ขอบปากดูแข็งกระด้างผิดธรรมชาติ

ข้อควรระวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเรื่องลิปแมตต์

มีความเชื่อผิดๆ หลายอย่างเกี่ยวกับลิปสติกเนื้อแมตต์ที่ทำให้คนเลือกสีหรือใช้งานผิดวิธีโดยไม่รู้ตัว

ผิวคล้ำทาสีเข้มได้เสมอ ผิวขาวทาสีอ่อนได้เสมอ จริงหรือไม่

ความเชื่อนี้ผิดและทำให้หลายคนพลาดมานานโดยไม่รู้ตัว ความเข้มของสีผิวไม่ใช่ตัวกำหนดหลักในการเลือกสีลิป เพราะundertone ต่างหากที่สำคัญกว่า คนผิวคล้ำที่มี warm undertone เช่น ผิวสองสีอมทองแบบคนไทยภาคใต้ ถ้าเลือกลิปสีเบอร์รี่เข้มที่เป็นโทนเย็น หน้าก็ยังดูหมองและไม่กลมกลืนได้เช่นเดียวกับคนผิวขาว การยึดแค่ความเข้มของผิวจึงเป็นทางลัดที่พาไปผิดทางได้บ่อยมาก

สีลิปที่ดูดีบนคนเกาหลีหรือฝรั่งอาจไม่เหมาะกับผิวคนไทย

นี่คือกับดักที่คนไทยตกบ่อยที่สุด เพราะคอนเทนต์บิวตี้ส่วนใหญ่ที่เราเห็นทั้งจากเกาหลีและตะวันตกสร้างขึ้นสำหรับผิว cool undertone เป็นหลัก สีชมพูเย็น ม่วงลาเวนเดอร์ หรือเบอร์รี่สดที่ดูสวยงามบนผิวขาวอมชมพูของนักแสดงเกาหลี เมื่อนำมาทาบนผิวอมเหลืองของคนไทยจะให้ผลต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้แปลว่าสีนั้นไม่ดี แต่แปลว่ามันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับ undertone ของเรา การปรับโทนสีให้เหมาะกับตัวเองจึงสำคัญกว่าการตามเทรนด์เสมอ และเมื่อคุณเจอสีที่ใช่สำหรับ undertone ของตัวเอง จะรู้ทันทีว่ามันต่างกันแค่ไหน

สรุป

การเลือกลิปสติกเนื้อแมตต์ให้เข้ากับสีผิวคนไทยไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เริ่มจากการรู้จัก undertone ของตัวเองให้ถูกต้อง เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองเป็น warm, cool หรือ neutral ก็สามารถจับคู่โทนสีได้อย่างมั่นใจ ลดการซื้อผิดและได้ลิปที่ทาแล้วหน้าสว่างขึ้นจริง อย่าลืมว่าการเตรียมปากก่อนทาก็สำคัญไม่แพ้การเลือกสี ลองเริ่มจากดูเส้นเลือดที่ข้อมือวันนี้ แล้วคุณจะพบว่าการเลือกลิปแมตต์สักแท่งง่ายกว่าที่คิดมาก

หมายเหตุ: บทความนี้แนะนำสินค้าที่ทีม CheerBuy คัดเลือกแล้วว่าเหมาะกับเรื่องที่เขียน — ลิงก์ไปร้าน Shopee เป็น affiliate link CheerBuy ได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยจากการซื้อ โดยที่ราคาสินค้าเท่าเดิมสำหรับผู้ซื้อ

Previous article5 ครีมกันแดดกันน้ำราคาไม่เกิน 300 บาท ที่คุ้มค่าที่สุดบน Shopee ปี 2025
Next articleวิธีเลือกขนตาปลอมให้เหมาะกับรูปตา 5 ทรงยอดนิยมที่สาวไทยมีมากที่สุด
ทีมคัดสินค้า CheerBuy
ทีมคัดสินค้า CheerBuy คือกองบรรณาธิการที่ดูแลการรวบรวม วิเคราะห์ และเรียบเรียงข้อมูลสินค้า เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น ครอบคลุมรีวิวสินค้า คู่มือเลือกซื้อ การเปรียบเทียบสินค้า สุขภาพและความงาม เทคโนโลยีและแกดเจ็ต ของใช้ในบ้าน แม่และเด็ก รวมถึงท่องเที่ยวและโรงแรม บางส่วนของกระบวนการอาจใช้ AI ช่วยวิเคราะห์หรือสรุปข้อมูล แต่ทุกบทความผ่านการตรวจสอบและเรียบเรียงโดยทีมงานก่อนเผยแพร่ ติดต่อ: [email protected]