ชุดย้อมผมบ้านที่ซื้อมาราคาไม่กี่ร้อยบาท ส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลวเพราะสีในกล่องไม่ดี แต่ล้มเหลวเพราะคนใช้ข้ามขั้นตอนที่ดูเหมือนเล็กน้อย ผมด่าง สีไม่ทั่ว หรือเลอะทั้งหน้าทั้งคอ ล้วนเกิดจากการเตรียมตัวผิด ไม่ใช่ตัวสีเอง
ยิ่งผมหนาหรือยาว ยิ่งต้องการอุปกรณ์ช่วยลงสีที่ถูกต้อง เพราะมือเปล่ากับแปรงที่มาในกล่องมักไม่พอ ถ้าอยากได้สีที่สม่ำเสมอตั้งแต่รากถึงปลาย ต้องรู้ก่อนว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
ทำไมสีผมบ้านถึงออกด่างบ่อยกว่าที่ควร
หลายคนโทษสีที่ซื้อมา แต่จริงๆ แล้วปัญหาส่วนใหญ่เกิดก่อนที่จะเปิดกล่องด้วยซ้ำ
ผมไม่สะอาดพอก่อนลงสี
น้ำมันธรรมชาติและสารตกค้างจากครีมนวด สเปรย์ หรือเซรัมที่ใช้ประจำวันเกาะอยู่บนเส้นผมตลอดเวลา พอเอาสีลงไปทับ สารพวกนี้ทำหน้าที่เหมือน “เกราะ” กั้นไม่ให้สีซึมเข้าเส้นผมได้สม่ำเสมอ ผลที่ได้คือสีออกด่างโดยไม่รู้สาเหตุ
ควรสระผมด้วยแชมพูทั่วไป (ไม่ใช่สูตร moisturizing เข้มข้น) ก่อนลงสี 4-8 ชั่วโมง แล้วปล่อยให้แห้งสนิทโดยไม่ทาอะไรเพิ่ม ผมที่สะอาดแต่ยังมีน้ำมันธรรมชาติเล็กน้อยจากหนังศีรษะจะช่วยปกป้องหนังศีรษะจากสีระหว่างทำ ต่างจากผมที่สระเสร็จแล้วทาครีมนวดทิ้งไว้ซึ่งจะดันสีออกแทน
ถ้าผมผ่านการฟอกหรือทำเคมีมาก่อน ลองใช้สเปรย์ปรับค่า pH ก่อนลงสีด้วย เพราะผมที่ผ่านการทำเคมีมีค่า pH ไม่สม่ำเสมอ ทำให้สีซึมไม่เท่ากันในแต่ละส่วน
ลงสีเร็วเกินไปจนสีไม่กระจาย
ความรีบคือศัตรูตัวจริงของการย้อมผมที่บ้าน — คนส่วนใหญ่เทสีลงแล้วทาไปทั่วทันทีโดยไม่แบ่งผมก่อน ผลคือบางส่วนได้สีหนา บางส่วนแทบไม่ได้เลย
การแบ่งผมเป็นส่วนก่อนลงสีไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แค่ทำตามลำดับนี้ก็พอ:
- แบ่งผมออกเป็น 4 ส่วน โดยแบ่งกลางศีรษะจากหน้าไปหลัง แล้วแบ่งซ้าย-ขวาอีกครั้ง
- หนีบแต่ละส่วนด้วยคลิปหนีบผมให้อยู่กับที่ก่อนเริ่มลงสี
- ลงสีทีละส่วน ปล่อยส่วนถัดไปออกมาเมื่อทำเสร็จแต่ละส่วนแล้ว
การทำแบบนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกส่วนของผมได้รับสีในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน ไม่ใช่แค่บริเวณที่มือเอื้อมถึงง่าย
ทิ้งเวลาไม่ครบหรือนานเกินไป
เวลาที่ระบุในกล่องคือค่ากลางที่ผู้ผลิตคำนวณมาสำหรับผมสุขภาพดีทั่วไป แต่ผมที่ผ่านการฟอกหรือทำเคมีมาก่อนดูดสีเร็วกว่า 15-20 นาที ก็อาจเกินพอแล้ว ในขณะที่ผมหนาและแข็งแรงอาจต้องการเวลาเต็ม 30-35 นาที
สัญญาณที่บอกว่าสีซึมพอแล้วคือเมื่อลองเช็ดสีออกจากเส้นผมเล็กน้อยแล้วสีที่ออกมาใกล้เคียงกับโทนที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องรอจนครบเวลาสูงสุดทุกครั้ง แต่ก็ห้ามล้างออกก่อนครบ 20 นาที ไม่ว่ากรณีใด
อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับชุดย้อมผมบ้าน
ของในกล่องมักมีแค่ถุงมือบางๆ กับแปรงเล็ก ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับผมที่หนาหรือยาวเกินไหล่
ถุงมือยางหนาและกันสี
ถุงมือที่มาในกล่องชุดย้อมผมบ้านส่วนใหญ่บางมากจนฉีกได้ง่ายระหว่างทา และสีจะซึมผ่านได้ถ้าใช้เวลานาน ลองนึกภาพว่าคุณกำลังทาสีอยู่ครึ่งทาง แล้วถุงมือฉีก — สีที่มือจะติดอยู่หลายวัน
ควรเตรียมถุงมือยางแบบหนา ชนิดที่ใช้ในงานทำความสะอาดหรืองานเคมีแยกต่างหาก ขนาดที่กระชับพอดีมือสำคัญมากเพราะถุงมือหลวมจะทำให้ความแม่นยำในการลงสีลดลง นิ้วมือที่ควบคุมได้ดีช่วยให้ลงสีได้ทั่วทุกเส้นโดยไม่เลอะออกมานอกส่วนที่ต้องการ
แปรงลงสีและชามผสม
แปรงแบบแบน (flat dye brush) คือสิ่งที่ต่างจากแปรงกลมที่มาในกล่องอย่างชัดเจน แปรงแบนช่วยลงสีได้ทั่วและแม่นยำกว่า โดยเฉพาะบริเวณรากผมและแนวแบ่งผมที่ต้องการความละเอียด ขนาดที่เหมาะสมคือกว้าง 2-3 ซม. สำหรับผมทั่วไป
ชามผสมพลาสติกสีเข้มหรือสีดำช่วยให้เห็นสีที่ผสมได้ชัดเจน และควรเลือกขนาดที่พอดีกับปริมาณสีที่ใช้ ชามใหญ่เกินไปทำให้ตักสีขึ้นแปรงลำบากและสีกระจายออกนอกชาม
สิ่งที่ควรมีในชุดอุปกรณ์ลงสีพื้นฐาน:
- แปรงแบนสำหรับลงสีที่รากและแนวแบ่งผม
- ชามผสมพลาสติกขนาดกลาง ความจุ 200-300 มล.
- ช้อนหรือไม้พายสำหรับผสมสีให้เข้ากันก่อนทา
อุปกรณ์สามชิ้นนี้ราคารวมกันไม่ถึงร้อยบาท แต่ช่วยให้สีออกสม่ำเสมอได้ดีกว่าใช้มือเปล่าหรือแปรงในกล่องหลายเท่า
คลิปหนีบและหวีแบ่งเซ็กชัน
หวีหางแหลม (rat-tail comb) คืออุปกรณ์ที่ทำให้การแบ่งผมเป็น 4 ส่วน ทำได้ตรงและชัดเจน หางแหลมช่วยแบ่งแนวผมได้เป็นเส้นตรง ซึ่งสำคัญมากเพราะแนวแบ่งที่คดจะทำให้สีออกไม่สม่ำเสมอในภายหลัง
วิธีแบ่งผม 4 ส่วนพื้นฐานที่ใช้ได้กับทุกความยาวผม:
- แบ่งแนวกลางศีรษะจากหน้าผากไปถึงท้ายทอย
- แบ่งอีกครั้งจากหูซ้ายไปหูขวา ตัดกับแนวแรก
- หนีบแต่ละส่วนด้วยคลิปหนีบผมขนาดใหญ่ให้แน่น
คลิปหนีบที่ดีควรจับผมได้แน่นโดยไม่ต้องกดซ้ำ คลิปแบบจระเข้หรือ duck-bill clip ใช้งานได้ดีที่สุดสำหรับการย้อมผม เพราะเปิด-ปิดง่ายแม้มือจะเปื้อนสี
ผ้ารองและครีมกันสีเลอะผิว
ครีมกันสีเลอะ (barrier cream) ทาบริเวณขอบหน้าผาก หลังหู และต้นคอก่อนลงสีทุกครั้ง ทาให้หนาพอที่จะเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่บางๆ เพราะถ้าบางเกินไปสีจะซึมผ่านได้ ถ้าไม่มีครีมกันสีโดยเฉพาะ วาสลีนหรือครีมให้ความชุ่มชื้นทั่วไปก็ใช้แทนได้
ผ้าเก่าหรือผ้าพลาสติกรองไหล่ช่วยป้องกันสีหยดใส่เสื้อหรือพื้น ควรเตรียมผ้าเช็ดหน้าเก่าสักผืนสำหรับเช็ดสีที่หยดออกมาระหว่างรอ เพราะสีที่แห้งบนพื้นหรือผิวหนังจะล้างออกยากกว่าสีที่ยังเปียกอยู่มาก
ดู-ลง-ล้าง วิธีลงสีให้สม่ำเสมอตั้งแต่รากถึงปลาย
เมื่ออุปกรณ์พร้อม ขั้นตอนลงสีสามระยะนี้คือตัวกำหนดว่าสีจะออกสวยหรือด่าง
สามจังหวะที่ต้องครบ — ดู-ลง-ล้าง — ข้ามจังหวะใดจังหวะหนึ่งไม่ได้ เพราะแต่ละขั้นส่งผลต่อขั้นถัดไปโดยตรง
ดู — ตรวจผมก่อนลงสีทุกครั้ง
ก่อนเปิดกล่องชุดย้อมผมบ้าน ใช้เวลา 2-3 นาที ตรวจสภาพผมด้วยตาเปล่า บริเวณที่ผ่านการฟอกหรือทำสีมาก่อนจะมีเนื้อผมที่บางกว่า สีอ่อนกว่า และดูดสีได้เร็วและเข้มกว่าส่วนอื่น ถ้าทาสีเท่ากันทุกส่วนโดยไม่ปรับ บริเวณนั้นจะออกเข้มกว่าที่ต้องการ
วิธีจัดการคือลงสีส่วนที่เสียหายทีหลัง และลดเวลาทิ้งในส่วนนั้นลง 5-10 นาที เมื่อเทียบกับส่วนที่ผมสุขภาพดี ตรวจดูด้วยว่าผมแห้งสนิทหรือยัง เพราะผมที่ยังชื้นอยู่จะเจือจางสีและทำให้สีออกอ่อนกว่าที่ควร
ลง — ลำดับการลงสีที่ถูกต้อง
เริ่มจากรากผมก่อนเสมอ ไม่ว่าจะย้อมสีอะไรก็ตาม เหตุผลคือรากผมมีความร้อนจากหนังศีรษะซึ่งช่วยให้สีซึมช้ากว่าส่วนปลาย ถ้าลงสีพร้อมกันทั้งรากและปลาย ปลายผมจะดูดสีเสร็จก่อนและออกเข้มกว่า
ลำดับที่ได้ผลดีที่สุด:
- ลงสีที่รากผมทุกส่วนให้ครบก่อน โดยใช้แปรงแบนแตะทีละแนวแบ่ง
- รอ 10-15 นาที แล้วจึงลงสีต่อลงมาที่ลำผมและปลาย
- ใช้นิ้วมือ (สวมถุงมือ) นวดเบาๆ เพื่อให้สีกระจายเข้าทุกเส้น
เทคนิคนี้ทำให้สีออกสม่ำเสมอตั้งแต่รากถึงปลายโดยไม่ต้องทาซ้ำหลายรอบ ซึ่งการทาซ้ำมากเกินไปในส่วนเดิมทำให้สีออกเข้มด่างแทน
ล้าง — ล้างสีออกให้สะอาดโดยไม่ทำสีซีด
น้ำร้อนเปิดเกล็ดผมและทำให้สีที่เพิ่งซึมเข้าไปหลุดออกมาพร้อมกัน ล้างสีออกด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเสมอ เพราะน้ำเย็นช่วยปิดเกล็ดผมและล็อกสีเอาไว้
ล้างจนน้ำที่ไหลออกมาใสสนิทก่อนแล้วจึงใส่คอนดิชันเนอร์ที่มาในกล่อง หรือถ้าไม่มีให้ใช้คอนดิชันเนอร์ทั่วไป ทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วล้างออก คอนดิชันเนอร์ขั้นตอนนี้ไม่ได้แค่บำรุงผม แต่ช่วยปิดเกล็ดผมให้แน่นขึ้นและทำให้สีอยู่ทนนานกว่าการล้างออกแล้วปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อย้อมผมเองที่บ้าน
รู้ไว้ก่อนลงมือ เพราะบางอย่างแก้ไม่ได้หลังสีซึมเข้าเส้นผมแล้ว
ผสมสีแล้วทิ้งไว้นานเกินไป
ครีมย้อมผมเริ่มทำปฏิกิริยาทันทีที่ผสมสีกับน้ำยาออกซิไดซ์เข้าด้วยกัน ยิ่งทิ้งไว้นาน ประสิทธิภาพยิ่งลดลงเรื่อยๆ สีที่ผสมทิ้งไว้เกิน 30 นาที มักออกอ่อนกว่าที่ระบุในกล่อง และบางครั้งออกผิดเฉดไปเลย
หลักการง่ายๆ คือผสมสีเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเท่านั้น — ผมสะอาด ทาครีมกันสีเลอะแล้ว แบ่งผมเป็นส่วนแล้ว แปรงและชามอยู่ในมือแล้ว จากนั้นผสมและลงสีทันที ไม่มีเวลาหยุดพักระหว่างผสมกับลงสี
ใช้สีน้อยเกินไปเพราะกลัวเปลือง
นี่คือความผิดพลาดที่แก้ไม่ได้ระหว่างทำ — บริเวณที่ได้สีไม่พอจะออกอ่อนกว่าส่วนอื่นอย่างเห็นได้ชัด และไม่มีทางเพิ่มสีลงไปทีหลังได้โดยไม่ทำให้ส่วนที่ได้สีพอแล้วเข้มเกินไป
ประเมินปริมาณสีที่ต้องใช้ตามความยาวและความหนาของผม ผมสั้นถึงไหล่ 1 กล่อง มักพอ แต่ผมยาวเลยไหล่หรือผมหนามากควรเตรียม 2 กล่อง ไว้เสมอ ค่าสีกล่องที่สองถูกกว่าค่าเสียเวลาย้อมซ้ำหรือต้องไปแก้ที่ร้านมาก
ย้อมทับสีเก่าโดยไม่ประเมินก่อน
ผมที่ยังมีสีเก่าค้างอยู่จะตอบสนองต่อสีใหม่ต่างจากผมที่ไม่ผ่านการย้อม สีใหม่บวกสีเก่าที่ยังอยู่อาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับโทนที่ต้องการ โดยเฉพาะถ้าสีเก่าเป็นโทนอุ่นและสีใหม่เป็นโทนเย็น
ควรรออย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ ก่อนย้อมซ้ำในกรณีทั่วไป และถ้าสีเก่ายังเห็นชัดอยู่มาก ควรรอให้สีซีดลงตามธรรมชาติก่อน หรือปรึกษาช่างก่อนตัดสินใจย้อมทับ เพราะการแก้สีที่ออกผิดเฉดต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าการรอ
ดูแลสีผมหลังย้อมให้อยู่ทนนานขึ้น
สีที่ออกสวยวันแรกอาจซีดภายในสองสัปดาห์ถ้าดูแลผิดวิธีหลังย้อม
แชมพูและคอนดิชันเนอร์สำหรับผมทำสี
แชมพูทั่วไปมีสาร sulfate ที่ทำหน้าที่ทำความสะอาดได้ดี แต่ก็เปิดเกล็ดผมและดึงสีออกมาพร้อมกันทุกครั้งที่สระ ผมทำสีที่ใช้แชมพูทั่วไปจะซีดเร็วกว่าผมที่ใช้แชมพู color-safe อย่างเห็นได้ชัดภายใน 2-3 สัปดาห์ แรก
แชมพูสูตร color-safe หรือ sulfate-free ออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดโดยไม่รบกวนโมเลกุลสีที่ฝังอยู่ในเส้นผม ต่างกันตรงที่โฟมน้อยกว่าแต่ประสิทธิภาพในการรักษาสีดีกว่ามาก
มาสก์บำรุงผมสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะช่วยเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมที่เปิดเกล็ดจากการทำเคมี ใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แทนคอนดิชันเนอร์ปกติจะช่วยให้สีอยู่ทนนานขึ้นและผมดูมีน้ำหนักดีขึ้นด้วย
ความถี่ในการสระผมและการสัมผัสแสงแดด
คุณสระผมบ่อยแค่ไหน? ถ้าคำตอบคือทุกวัน นั่นอาจเป็นสาเหตุหลักที่สีซีดเร็ว การสระผมทุกวันทำให้สีถูกดึงออกทุกวันเช่นกัน ความถี่ที่เหมาะสมสำหรับผมทำสีคือ ทุก 2-3 วัน และในวันที่ไม่สระ ใช้ dry shampoo แทนได้
ปัจจัยที่ทำให้สีซีดเร็วโดยที่หลายคนมองข้าม:
- แสง UV จากแดดโดยตรง ทำให้สีซีดได้เร็วพอๆ กับการสระผมบ่อย
- น้ำทะเลและน้ำคลอรีนในสระว่ายน้ำเปิดเกล็ดผมและดึงสีออก
- ความร้อนจากไดร์เป่าผมโดยไม่ใช้ heat protectant ทำให้เกล็ดผมเปิดและสีหลุดเร็วขึ้น
ป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยการสวมหมวกหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี UV protection เมื่อต้องอยู่กลางแดดนาน และถ้าต้องลงสระน้ำ ทาคอนดิชันเนอร์เคลือบผมก่อนเข้าน้ำเพื่อลดการดูดซึมน้ำคลอรีน
ทั้งหมดที่พูดมาคือสิ่งที่ทำให้ ดู-ลง-ล้าง สมบูรณ์จริงๆ ไม่ใช่แค่วันที่ย้อม แต่รวมถึงทุกวันหลังจากนั้นที่คุณดูแลสีให้อยู่ทนต่อไป
ก่อนเปิดกล่องสี ลองทำ 3 อย่างนี้ก่อน
เปิดกล่องชุดย้อมผมบ้านขึ้นมาตอนนี้แล้วลิสต์ดูว่ามีอะไรขาด — ถุงมือยางหนา, แปรงแบน, ชามผสม, คลิปหนีบ, ครีมกันสีเลอะ ถ้าขาดอันไหน หยิบมือถือแล้วกดสั่งก่อนนัดวันทำสี จากนั้นแบ่งผม 4 ส่วน ทาครีมขอบหน้าผาก ลงสีจากรากก่อนเสมอ รอให้ครบเวลา แล้วล้างด้วยน้ำเย็นตามด้วยคอนดิชันเนอร์ แค่นี้สีก็ออกสม่ำเสมอและอยู่ทนกว่าที่เคยทำมาได้เลย
หมายเหตุ: บทความนี้แนะนำสินค้าที่ทีม CheerBuy คัดเลือกแล้วว่าเหมาะกับเรื่องที่เขียน — ลิงก์ไปร้าน Shopee เป็น affiliate link CheerBuy ได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยจากการซื้อ โดยที่ราคาสินค้าเท่าเดิมสำหรับผู้ซื้อ











