ทำสครับและมาสก์หน้าเองที่บ้าน ต้องซื้อวัตถุดิบอะไรและปลอดภัยไหม

30
ทำสครับและมาสก์หน้าเองที่บ้าน ต้องซื้อวัตถุดิบอะไรและปลอดภัยไหม

ผิวหน้าหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง หรือครีมบำรุงซึมซาบได้ไม่ดีเหมือนเดิม สัญญาณเหล่านี้มักบอกว่าผิวต้องการการผลัดเซลล์และบำรุงอย่างจริงจัง แต่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปดีๆ ราคาไม่ถูก และบางสูตรก็มีส่วนผสมที่ผิวแพ้ได้ง่าย การทำสครับหน้าเองที่บ้านจากวัตถุดิบธรรมชาติจึงเป็นทางเลือกที่ทั้งประหยัดและควบคุมส่วนผสมได้เอง

บทความนี้จะพาคุณรู้จักวัตถุดิบพื้นฐานสำหรับทำสครับและมาสก์หน้าที่หาได้ในครัวหรือร้านใกล้บ้าน พร้อมสูตรที่ใช้ได้จริงแยกตามสภาพผิว และข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนลงมือทำเพื่อให้ผิวได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่เกิดอาการระคายเคือง

ทำไมต้องสครับและมาสก์หน้าเป็นประจำ

ก่อนเลือกสูตร ควรเข้าใจก่อนว่าผิวหน้าต้องการอะไรและเหตุใดการผลัดเซลล์กับการมาสก์จึงสำคัญต่อสุขภาพผิวในระยะยาว

เซลล์ผิวเก่าสะสมส่งผลอย่างไรต่อผิว

ผิวหน้าของเรามีกระบวนการผลัดเซลล์เกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยปกติวงจรนี้ใช้เวลาประมาณ 28–40 วันในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่เซลล์เก่า แต่ปัญหาคือเซลล์ที่ตายแล้วไม่ได้หลุดออกไปเองทั้งหมด บางส่วนยังคงเกาะอยู่บนผิวและสะสมเป็นชั้นบางๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

เมื่อเซลล์ตายสะสมมากขึ้น ผลที่ตามมาคือผิวดูหมองคล้ำ ขาดความสดใส รูขุมขนเริ่มอุดตันจากเซลล์ผิวและซีบัมที่ค้างอยู่ และที่สำคัญมากคือครีมบำรุงผิวซึมซาบได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีชั้นเซลล์เก่ากั้นอยู่ คุณเคยสังเกตไหมว่าบางช่วงทาครีมเท่าไหร่ผิวก็ยังรู้สึกแห้งอยู่ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าผิวต้องการการผลัดเซลล์แล้ว

มาสก์ช่วยผิวได้อย่างไรในแต่ละสัปดาห์

หลังจากผลัดเซลล์ผิวออกไปแล้ว ชั้นผิวจะเปิดรับสารบำรุงได้ดีขึ้นมาก นี่คือเวลาที่เหมาะที่สุดในการพอกมาสก์ เหมือนเปิดประตูต้อนรับสารอาหารให้ผิวโดยตรงเลย มาสก์ทำหน้าที่แตกต่างกันไปตามส่วนผสม บางสูตรเติมความชุ่มชื้นและล็อกน้ำไว้ในผิว บางสูตรดูดซับความมันส่วนเกินและลดการอักเสบ ในขณะที่บางสูตรช่วยให้ผิวกระจ่างใสและลดเลือนจุดด่างดำ

สำหรับความถี่ที่เหมาะสม ผิวมันและผิวผสมสามารถสครับได้ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนผิวแห้งและผิวบอบบางควรจำกัดไว้ที่ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ การมาสก์ทำได้บ่อยกว่า คือ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์สำหรับทุกสภาพผิว เพราะมาสก์ไม่ได้ขัดผิวแต่เป็นการบำรุงเพิ่มเติม

วัตถุดิบพื้นฐานสำหรับทำสครับหน้าเองที่บ้าน

วัตถุดิบที่ดีไม่จำเป็นต้องหายากหรือราคาแพง ส่วนผสมหลายอย่างมีอยู่ในครัวหรือซื้อได้ในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป

ตัวขัดผิว (Physical Exfoliant) ที่นิยมใช้

การผลัดเซลล์ผิวแบบกายภาพ คือการใช้อนุภาคขนาดเล็กขัดถูผิวเพื่อช่วยให้เซลล์เก่าหลุดออกได้ง่ายขึ้น วัตถุดิบในกลุ่มนี้หาได้ง่ายมากและมีประสิทธิภาพสูงเมื่อใช้อย่างถูกวิธี ตัวเลือกยอดนิยมที่เหมาะกับการทำสครับหน้าเองมีดังนี้

  • น้ำตาลทรายแดง — เม็ดละเอียด อ่อนโยนต่อผิวหน้า ละลายได้เองเมื่อสัมผัสความชื้น เหมาะกับทุกสภาพผิวรวมถึงผิวบอบบาง
  • เกลือทะเลละเอียด — เม็ดหยาบกว่าน้ำตาล มีแร่ธาตุสูง เหมาะกับผิวมันที่ต้องการการขัดที่ลึกกว่า แต่ไม่ควรใช้กับผิวแห้งหรือมีแผล
  • ข้าวบดหรือแป้งข้าว — เม็ดละเอียดมากที่สุด อ่อนโยนที่สุด เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวบอบบาง มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวนุ่มและกระจ่างใสด้วย

ความแตกต่างของขนาดเม็ดสำคัญมาก ยิ่งเม็ดละเอียดยิ่งอ่อนโยน ถ้าเพิ่งเริ่มต้นทำสครับหน้าเอง แนะนำให้เริ่มจากน้ำตาลทรายแดงก่อนเพราะปลอดภัยที่สุด

ตัวผลัดเซลล์เชิงเคมี (Chemical Exfoliant) จากธรรมชาติ

Chemical exfoliant ออกฤทธิ์โดยการละลายพันธะระหว่างเซลล์ผิวเก่า ทำให้เซลล์หลุดออกโดยไม่ต้องขัดถู วัตถุดิบในครัวหลายอย่างมีกรด AHA หรือ BHA ตามธรรมชาติที่ทำงานได้จริง ได้แก่

  • มะขาม — มีกรด tartaric acid และ citric acid สูง ช่วยผลัดเซลล์และทำให้ผิวกระจ่างใส เป็นที่นิยมมากในสูตร DIY ของไทย
  • มะนาว — มีกรด citric acid และวิตามินซี ผลัดเซลล์ได้ดีมาก แต่ระคายเคืองง่าย ต้องเจือจางก่อนใช้เสมอ
  • โยเกิร์ต — มี lactic acid ซึ่งเป็น AHA ที่อ่อนโยนที่สุด เหมาะกับผิวบอบบางที่อยากลอง chemical exfoliant
  • นมสด — มี lactic acid เช่นกันแต่ความเข้มข้นต่ำกว่าโยเกิร์ต เหมาะใช้เป็นส่วนผสมร่วมมากกว่าใช้คนเดียว

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือหลังใช้ chemical exfoliant ผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น ดังนั้นควรทำในตอนเย็นหรือก่อนนอนเสมอ

ตัวบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้น

สครับที่ดีไม่ได้แค่ขัดผิวออก แต่ต้องบำรุงผิวในขณะเดียวกันด้วย ส่วนผสมที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิวระหว่างสครับมีหลายตัวเลือก

  • น้ำผึ้ง — เป็น humectant ดึงความชุ่มชื้นจากอากาศเข้าสู่ผิว มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียอ่อนๆ เหมาะกับทุกสภาพผิว
  • น้ำมันมะพร้าว — บำรุงและปิดผิวให้ชุ่มชื้น เหมาะกับผิวแห้งมาก แต่ผิวมันควรหลีกเลี่ยงเพราะ comedogenic สูง
  • น้ำมันมะกอก — บำรุงอ่อนโยน มีวิตามิน E สูง เหมาะกับผิวแห้งและผิวปกติ
  • อโลเวร่า — ปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย

น้ำผึ้งและอโลเวร่าเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะระคายเคืองน้อยและใช้ได้กับผิวหลายประเภท

วัตถุดิบพื้นฐานสำหรับทำมาสก์หน้าเองที่บ้าน

มาสก์หน้า DIY มีหลายประเภทตามปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นมาสก์บำรุง มาสก์ดูดซับความมัน หรือมาสก์กระจ่างใส วัตถุดิบแต่ละอย่างมีคุณสมบัติเฉพาะที่ควรรู้

ส่วนผสมสำหรับมาสก์บำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้น

ผิวแห้งและผิวที่ขาดน้ำต้องการมาสก์ที่เติมและล็อกความชุ่มชื้นไว้ในชั้นผิว วัตถุดิบที่ใช้ทำ DIY มาสก์หน้าบำรุงได้ผลดี ได้แก่ อโลเวร่าที่ปลอบประโลมและเพิ่มความชุ่มชื้น กล้วยสุกที่มีวิตามิน B6 และโพแทสเซียมช่วยฟื้นบำรุงผิว น้ำผึ้งที่ดึงความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว และนมสดที่มี lactic acid ช่วยให้ผิวนุ่มและกระจ่างใสอ่อนๆ สัดส่วนเบื้องต้นที่ใช้ได้ผลคือ อโลเวร่า 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วพอกทิ้งไว้ 15–20 นาที

มาสก์กล้วย + นมสด เป็นอีกสูตรที่ทำง่ายมาก แค่บดกล้วยสุก 1 ลูกกับนมสด 1 ช้อนโต๊ะ พอกทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก ผิวจะรู้สึกนุ่มขึ้นทันทีหลังล้างออก

ส่วนผสมสำหรับมาสก์ดูดซับความมันและลดสิว

สำหรับผิวมันและผิวที่มีปัญหาสิว วัตถุดิบที่มีคุณสมบัติดูดซับซีบัมและลดการอักเสบคือสิ่งที่ต้องการ ตัวเลือกที่ได้ผลดีมีดังนี้

  • ดินขาว (Kaolin Clay) — ดูดซับความมันส่วนเกินโดยไม่ทำให้ผิวแห้งเกินไป เป็นส่วนผสมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูประดับพรีเมียมมากมาย
  • ผงถ่านแอคทีฟ (Activated Charcoal) — ดูดซับสิ่งสกปรกและแบคทีเรียออกจากรูขุมขน เหมาะกับผิวมันที่มีรูขุมขนอุดตัน
  • น้ำผึ้งมานูก้า — มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดี

ถ้าไม่อยากผสมวัตถุดิบเองและต้องการความสะดวก มาสก์โคลนสำเร็จรูปแบบแท่งก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กัน ใช้งานง่ายและควบคุมปริมาณได้แม่นยำกว่า

ส่วนผสมสำหรับมาสก์กระจ่างใสและลดจุดด่างดำ

มะขามและขมิ้นเป็นสองวัตถุดิบไทยที่ใช้ในสูตร DIY มาสก์หน้ากระจ่างใสมาช้านาน มะขามมีกรด AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ ขณะที่ขมิ้นมีสาร curcumin ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดเม็ดสี นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีจากผลไม้อย่างส้มหรือมะนาวที่ช่วยยับยั้งการสร้างเมลานินได้

แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าขมิ้นทิ้งคราบสีเหลืองบนผิวและผ้าขนหน้าได้ง่ายมาก ควรใช้ในปริมาณน้อยและล้างออกให้สะอาด ก่อนลองสูตรที่มีขมิ้นหรือมะนาวควรทำ patch test ก่อนเสมอ เพราะวัตถุดิบกลุ่มนี้มีโอกาสระคายเคืองผิวสูงกว่าตัวอื่น

สูตรสครับและมาสก์หน้าแยกตามสภาพผิว

สูตรที่ดีไม่ใช่สูตรที่ดังที่สุด แต่คือสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ ลองเลือกสูตรที่ตรงกับปัญหาผิวที่มีอยู่

สูตรสำหรับผิวมันและรูขุมขนกว้าง

ผิวมันต้องการสครับที่ขจัดซีบัมส่วนเกินได้ดีและมาสก์ที่ดูดซับความมันออกจากรูขุมขน สูตรที่แนะนำคือ

สครับ: น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาวครึ่งลูก + โยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน นวดเบาๆ เป็นวงกลม 1–2 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

มาสก์: ดินขาว 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + น้ำเปล่าเล็กน้อยพอให้เป็นเนื้อครีม พอกทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น

ความถี่ที่เหมาะสมสำหรับผิวมันคือสครับ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และมาสก์ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่าสครับทุกวันแม้ผิวจะรู้สึกมันมาก เพราะจะทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้นเพื่อชดเชย

สูตรสำหรับผิวแห้งและผิวบอบบาง

ผิวแห้งต้องการความอ่อนโยนเป็นอันดับแรก เม็ดขัดต้องละเอียดและต้องมีส่วนผสมบำรุงมากกว่าปกติ

สครับ: น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นวดเบามากๆ แค่ 30–60 วินาที ไม่ต้องออกแรงมาก

มาสก์: กล้วยสุก 1 ลูก + นมสด 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา บดผสมให้เข้ากัน พอกทิ้งไว้ 20 นาที

สิ่งที่ผิวแห้งและผิวบอบบางต้องหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาดคือมะนาวและมะขามในปริมาณมาก เพราะกรดสูงจะทำให้ barrier ผิวที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งเสียหายมากขึ้น และควรสครับแค่ 1 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น

สูตรสำหรับผิวหมองคล้ำและต้องการความกระจ่างใส

สูตรนี้เน้นการผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำออกพร้อมกับยับยั้งการสร้างเม็ดสี เหมาะมากสำหรับคนที่มีจุดด่างดำจากแสงแดดหรือรอยสิวจางๆ

สครับ: เนื้อมะขามสุก 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + นมสด 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน นวดเบาๆ 1–2 นาที

มาสก์: ขมิ้นผง ¼ ช้อนชา + โยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน พอกทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกให้สะอาด

คำเตือนสำคัญ: ขมิ้นอาจทิ้งคราบเหลืองบนผิวชั่วคราว ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆ รอบ และหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าขนหน้าสีขาวหลังพอกขมิ้น

ความปลอดภัยในการทำสครับและมาสก์หน้าเอง

แม้วัตถุดิบธรรมชาติจะฟังดูปลอดภัย แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนลงมือทำ โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีปัญหาผิวอยู่แล้ว

การทดสอบการแพ้ก่อนใช้ (Patch Test)

Patch test เป็นขั้นตอนที่หลายคนข้ามไปแต่สำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้สูตรใหม่หรือวัตถุดิบที่ไม่เคยลองมาก่อน วิธีทำที่ถูกต้องมีดังนี้

  1. ผสมสูตรที่จะใช้ในปริมาณเล็กน้อย
  2. ทาบริเวณข้อพับแขนด้านในหรือหลังหู ซึ่งเป็นผิวที่บอบบางและตรวจสอบได้ง่าย
  3. ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงโดยไม่ล้างออก
  4. สังเกตอาการ ถ้าไม่มีแดง คัน หรือระคายเคือง ถือว่าผ่านและใช้กับใบหน้าได้

อย่าข้ามขั้นตอนนี้แม้จะใจร้อนอยากลองทันที เพราะผิวหน้าบอบบางกว่าผิวส่วนอื่นมาก และถ้าแพ้แล้วจะต้องรอให้ผิวฟื้นตัวก่อนจึงจะลองสูตรอื่นได้

วัตถุดิบที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ไม่ใช่ทุกอย่างที่ “ธรรมชาติ” จะปลอดภัยเสมอไป วัตถุดิบเหล่านี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

  • มะนาวและส้ม — มีกรด citric acid สูง และมีสาร furanocoumarin ที่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดด (Phototoxic) ห้ามออกแดดหลังใช้โดยไม่ทาครีมกันแดด
  • ขมิ้น — ทิ้งคราบสีเหลืองบนผิวและเสื้อผ้า ใช้ในปริมาณน้อยและล้างออกให้สะอาด
  • น้ำมันมะพร้าว — Comedogenic rating สูง อาจอุดรูขุมขนในผิวมัน ไม่แนะนำสำหรับผิวที่มีปัญหาสิว
  • เกลือทะเลหยาบ — อาจบาดผิวหน้าได้ถ้าขัดแรงเกินไป ไม่ควรใช้กับผิวหน้าที่บอบบาง

สัญญาณที่บอกว่าต้องหยุดใช้ทันที

ถ้าเกิดอาการเหล่านี้ระหว่างหรือหลังใช้สครับและมาสก์ ให้หยุดทันทีและล้างออกด้วยน้ำสะอาดเย็น

  • แสบร้อนหรือรู้สึกเหมือนผิวถูกไฟ
  • ผิวแดงเป็นหย้อมหรือทั้งใบหน้า
  • บวมหรือมีผื่นขึ้น
  • คันอย่างรุนแรงหรือมีตุ่มน้ำเล็กๆ

หลังล้างออกแล้วให้ประคบน้ำเย็นเพื่อลดการอักเสบ ทาเจลอโลเวร่าบริสุทธิ์เพื่อปลอบประโลมผิว และถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงควรพบแพทย์ผิวหนัง

ขั้นตอนการทำสครับและมาสก์หน้าให้ได้ผลดีที่สุด

การทำสครับและมาสก์ให้ได้ผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรอย่างเดียว ลำดับขั้นตอนและวิธีการก็สำคัญไม่แพ้กัน

ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องก่อนและหลังสครับ

หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ทาสครับแล้วขัดก็พอ แต่จริงๆ แล้วลำดับก่อนหลังมีผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผิวมาก

  1. ทำความสะอาดหน้าก่อนเสมอ — ล้างเมคอัพและสิ่งสกปรกออกด้วยคลีนเซอร์ก่อนสครับ ถ้าสครับบนผิวที่ยังมีเมคอัพอยู่ เม็ดขัดจะผลักสิ่งสกปรกเข้าสู่รูขุมขนแทน
  2. ทำให้ผิวชุ่มน้ำก่อนสครับ — ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือใช้ผ้าอุ่นประก่อนเพื่อเปิดรูขุมขนและทำให้เม็ดขัดทำงานได้ดีขึ้น
  3. นวดเบาๆ เป็นวงกลมเล็กๆ — ใช้นิ้วมือนวดด้วยแรงเบาเท่านั้น อย่าออกแรงขัดเพราะผิวหน้าบอบบางมาก ใช้เวลา 1–2 นาที
  4. ล้างออกด้วยน้ำเย็น — น้ำเย็นช่วยปิดรูขุมขนหลังสครับ
  5. พอกมาสก์ต่อทันที — นี่คือเวลาที่ผิวดูดซึมสารบำรุงได้ดีที่สุด
  6. ทาครีมบำรุงหรือมอยส์เจอไรเซอร์ปิดท้ายเสมอ — เพื่อล็อกความชุ่มชื้นและปกป้อง barrier ผิวที่เพิ่งถูกผลัดออก

ความถี่ในการสครับและมาสก์ที่เหมาะสม

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ “ยิ่งสครับบ่อยยิ่งผิวดี” ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย การสครับมากเกินไปจะทำลาย barrier ผิว ทำให้ผิวแพ้ง่าย แดงง่าย และสูญเสียความชุ่มชื้นเร็วขึ้น

สำหรับผิวมันและผิวผสม สครับได้ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ ผิวปกติ 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์ และผิวแห้งหรือผิวบอบบางควรจำกัดไว้ที่ 1 ครั้งต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่านั้น ถ้าผิวรู้สึกแน่น แดง หรือระคายเคืองหลังสครับ ให้ลดความถี่ลงทันที ผิวของคุณจะบอกเองว่าต้องการมากแค่ไหน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำสครับและมาสก์หน้าเอง

รวมคำถามที่คนมักสงสัยเมื่อเริ่มต้นทำสครับและมาสก์หน้าเองที่บ้านเป็นครั้งแรก

ทำสครับหน้าเองดีกว่าซื้อสำเร็จรูปจริงไหม

คำตอบคือขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ การทำสครับหน้าเองมีข้อดีชัดเจนในเรื่องการควบคุมส่วนผสม ไม่มีสารกันเสียหรือน้ำหอมสังเคราะห์ที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ และประหยัดกว่าในระยะยาวมาก แต่ข้อเสียคือต้องใช้ทันทีหลังผสมเพราะไม่มีสารกันเสีย เก็บไว้ได้ไม่นาน และต้องใช้เวลาเตรียม

สครับสำเร็จรูปสะดวกกว่า มีสูตรที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยมาแล้ว และเก็บได้นานกว่า แต่ราคาสูงกว่าและบางสูตรมีส่วนผสมที่ไม่จำเป็นหรืออาจก่อการแพ้ได้ สำหรับผู้เริ่มต้น ลองทำเองก่อนสักสูตรสองสูตร แล้วค่อยตัดสินใจว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน

ทำสครับหน้าเองแล้วต้องทาครีมกันแดดไหม

คำตอบสั้นๆ คือ ต้องทำเสมอ โดยเฉพาะถ้าใช้สูตรที่มีมะนาว มะขาม หรือวัตถุดิบที่มีกรด AHA เพราะหลังการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่ทำหน้าที่ปกป้องจะบางลงชั่วคราว ทำให้ผิวไวต่อรังสี UV มากกว่าปกติ ถ้าออกไปโดนแดดโดยไม่ทาครีมกันแดดหลังสครับ ผิวจะหมองและเกิดจุดด่างดำได้เร็วกว่าเดิม ดังนั้นถ้าทำสครับตอนเช้า ให้ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปก่อนออกจากบ้านทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น

สรุป

การทำสครับและมาสก์หน้าเองที่บ้านเป็นวิธีดูแลผิวที่ทั้งประหยัดและปรับแต่งได้ตามสภาพผิวของตัวเอง วัตถุดิบอย่างน้ำตาลทรายแดง มะขาม น้ำผึ้ง โยเกิร์ต หรืออโลเวร่า ล้วนหาได้ง่ายและมีประสิทธิภาพที่วิทยาศาสตร์รองรับ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกสูตรให้ตรงกับสภาพผิว ทำ patch test ก่อนใช้ทุกครั้ง และไม่สครับบ่อยเกินไปจนผิว barrier อ่อนแอ ลองเริ่มจากสูตรง่ายๆ สักสูตร แล้วผิวจะบอกเองว่าชอบอะไร

หมายเหตุ: บทความนี้แนะนำสินค้าที่ทีม CheerBuy คัดเลือกแล้วว่าเหมาะกับเรื่องที่เขียน — ลิงก์ไปร้าน Shopee เป็น affiliate link CheerBuy ได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยจากการซื้อ โดยที่ราคาสินค้าเท่าเดิมสำหรับผู้ซื้อ

Previous articleรองเท้าวิ่งสำหรับคนน้ำหนักเกิน เลือกยังไงให้เข่าไม่พังตั้งแต่ก้าวแรก
Next articleซื้อโซฟาออนไลน์ยังไงไม่ให้เสียใจ วิธีวัดขนาดและเช็คคุณภาพก่อนกด Order ทุกครั้ง
ทีมคัดสินค้า CheerBuy
ทีมคัดสินค้า CheerBuy คือกองบรรณาธิการที่ดูแลการรวบรวม วิเคราะห์ และเรียบเรียงข้อมูลสินค้า เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น ครอบคลุมรีวิวสินค้า คู่มือเลือกซื้อ การเปรียบเทียบสินค้า สุขภาพและความงาม เทคโนโลยีและแกดเจ็ต ของใช้ในบ้าน แม่และเด็ก รวมถึงท่องเที่ยวและโรงแรม บางส่วนของกระบวนการอาจใช้ AI ช่วยวิเคราะห์หรือสรุปข้อมูล แต่ทุกบทความผ่านการตรวจสอบและเรียบเรียงโดยทีมงานก่อนเผยแพร่ ติดต่อ: [email protected]